Latest HR Knowledge

6 เทคนิคจัดการอารมณ์เมื่อไม่มีใครเห็นค่างานของเรา

 

ในโลกการทำงานปัจจุบัน หลายคนต้องเผชิญกับความท้าทายทางอารมณ์ เมื่องานที่ทุ่มเทไม่ได้รับการยอมรับหรือเห็นคุณค่าจากผู้อื่น ความรู้สึกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพจิต การเรียนรู้เทคนิคจัดการอารมณ์จึงเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เรารักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาตนเองและความสุขในการทำงานได้อย่างยั่งยืน บทความนี้จะแนะนำ 6 เทคนิคสำคัญในการจัดการอารมณ์เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว

1. ทบทวนคุณค่าในตัวเอง: จุดเริ่มต้นของการเยียวยา การเริ่มต้นจัดการกับความรู้สึกด้านลบ ควรเริ่มจากการมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง การจดบันทึกความสำเร็จประจำวัน แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างการส่งงานตรงเวลาหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี จะช่วยให้เราเห็นพัฒนาการของตนเอง แทนที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น ให้เปรียบเทียบกับตัวเองในอดีต เช่น 6 เดือนก่อนเราอาจทำงานบางอย่างไม่ได้ แต่วันนี้เราทำได้คล่องแล้ว การเก็บรวบรวมคำชมหรือฟีดแบคเชิงบวกไว้อ่านยามท้อก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเตือนใจถึงความสามารถของเรา


2. มองหาความหมายของงาน: เป้าหมายที่มากกว่าการยอมรับ งานทุกชิ้นมีคุณค่าในตัวเอง การวิเคราะห์ว่างานของเราช่วยแก้ปัญหาอะไรให้องค์กรหรือสังคม จะช่วยให้เราเห็นภาพที่ใหญ่กว่าการยอมรับจากคนรอบข้าง ทักษะที่ได้จากการทำงานอาจเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของเรา การตั้งเป้าหมายส่วนตัวที่ไม่ขึ้นกับการยอมรับจากผู้อื่น จะช่วยให้เรามีแรงผลักดันในการทำงานที่ยั่งยืนกว่า


3.จัดการอารมณ์เชิงบวก: สร้างสมดุลให้ชีวิต การดูแลสุขภาพกายและใจเป็นสิ่งสำคัญ การฝึกเทคนิคการหายใจแบบ 4-7-8 (หายใจเข้า 4 วินาที กลั้น 7 วินาที หายใจออก 8 วินาที) สามารถช่วยลดความเครียดได้ทันที การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน การทำสมาธิ หรือโยคะ ล้วนช่วยปรับสมดุลอารมณ์ การจัดเวลาทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ฟังเพลง หรือเขียนไดอารี่ ก็เป็นวิธีผ่อนคลายที่มีประสิทธิภาพ


4. พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง: เติบโตไปพร้อมกับงาน การพัฒนาตัวเองคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด การวางแผนการเรียนรู้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว การเข้าคอร์สออนไลน์ การอ่านหนังสือหรือบทความที่เกี่ยวข้องกับสายงาน การหาเมนเทอร์หรือโค้ช และการเข้าร่วมสัมมนา จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความเชี่ยวชาญในการทำงาน การทำโปรเจคส่วนตัวยังเป็นโอกาสดีในการฝึกฝนทักษะใหม่ๆ


5 สร้างเครือข่ายสนับสนุน: ไม่ต้องเดินคนเดียว การมีเครือข่ายสนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก การเข้าร่วมกลุ่มวิชาชีพ การพบปะพูดคุยกับเพื่อนร่วมสายงาน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับรุ่นพี่ และการสร้างกลุ่มเพื่อนที่คอยให้กำลังใจกัน จะช่วยให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยวและมีที่พึ่งยามต้องการคำปรึกษา


6. ตั้งขอบเขตที่ชัดเจน: รักษาสมดุลชีวิต การตั้งขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวเป็นสิ่งจำเป็น การกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอน การเรียนรู้วิธีปฏิเสธงานอย่างมืออาชีพ การแยกพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่พักผ่อน และการกำหนดช่วงเวลา digital detox จะช่วยให้เรามีเวลาฟื้นฟูพลังและกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการอารมณ์เมื่อไม่ได้รับการยอมรับในที่ทำงานเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนคุณค่าในตัวเอง การมองหาความหมายของงาน การจัดการอารมณ์เชิงบวก การพัฒนาตนเอง การสร้างเครือข่ายสนับสนุน และการตั้งขอบเขตที่ชัดเจน ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตระหนักว่าคุณค่าของงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับการยอมรับจากผู้อื่นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเติบโตและพัฒนาของตัวเราเองด้วย การรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาตนเองและการดูแลสุขภาพจิตจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาวลองนำไปปรับใช้ดูนะคะ

Contact button