Latest HR Knowledge

เคล็ดลับสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้พนักงานรู้สึกว่า “ที่ทำงานคือบ้าน”

เคล็ดลับสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้พนักงานรู้สึกว่า “ที่ทำงานคือบ้าน”

ทุกวันนี้ การทำงานไม่ได้วัดกันแค่เงินเดือนหรือสวัสดิการอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ “ประสบการณ์การทำงาน” (Employee Experience) ที่องค์กรมอบให้กับคนในทีมด้วย เมื่อพนักงานรู้สึกว่าออฟฟิศคือ “บ้านหลังที่สอง” พวกเขาจะทำงานด้วยพลังที่มากกว่าเดิม มีความสุข และอยากอยู่กับองค์กรไปนาน ๆแล้วองค์กรจะสร้างบรรยากาศแบบนั้นได้อย่างไร? มาดูเคล็ดลับกัน

1. สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น และปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety)บ้านคือที่ที่เราเป็นตัวเองได้เต็มที่ ออฟฟิศก็ควรเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ลองสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานไม่กลัวการแสดงความคิดเห็น ไม่กลัวความผิดพลาด และได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์รับฟังจริงจังโดยไม่ตัดสินส่งเสริมให้ทีมกล้าคิด กล้าทำ


2. เชื่อมโยงความสัมพันธ์ในทีม (Connection Matters)ในวันที่เราทุกคนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน “ความสัมพันธ์ในทีม” คือสิ่งที่ทำให้บรรยากาศในออฟฟิศแตกต่างออกไป หากเพื่อนร่วมงานคือคนที่เราไว้ใจ พูดคุยได้ และแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตร่วมกันได้จริง ๆ ที่ทำงานก็จะไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่กลายเป็นพื้นที่อบอุ่นที่คล้ายกับบ้าน การสร้างบรรยากาศเช่นนี้จึงไม่ได้อยู่ที่สวัสดิการหรือโต๊ะทำงานสวย ๆ เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคนในทีมให้แน่นแฟ้นได้แค่ไหนจัดกิจกรรมทีมเล็ก ๆ ที่ทำให้คนรู้จักกันนอกเหนือจากงาน เช่น กาแฟเช้าแชร์เรื่องราว หรือ workshop สั้น ๆส่งเสริมการทำงานแบบ cross-team ให้พนักงานได้เห็นคุณค่าและความสามารถของกันและกันใช้พื้นที่ออนไลน์ เช่น Workplace หรือ Slack เพื่อให้การสื่อสารไหลลื่นและมีความเป็นกันเอง


3. ออกแบบพื้นที่ทำงานให้น่าอยู่ (Workplace Design)บ้านที่เราอยากกลับไปทุกวัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเฟอร์นิเจอร์หรูหราเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ “สบาย ใส่ใจรายละเอียด และตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง” ออฟฟิศก็เช่นเดียวกัน ถ้าองค์กรสามารถออกแบบพื้นที่ทำงานให้โปร่ง โล่ง น่าอยู่ และเอื้อต่อทั้งการทำงานและการพักผ่อน พนักงานก็จะรู้สึกว่าออฟฟิศคือพื้นที่ที่อยากมาใช้เวลา ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน การใส่ใจในดีไซน์จึงเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้ที่ทำงานมีบรรยากาศ “เหมือนอยู่บ้าน”พื้นที่ทำงานควรโปร่ง สว่าง และยืดหยุ่น (flexible working zone)มีมุมพักผ่อนเล็ก ๆ ที่ช่วยรีเฟรชระหว่างวันใส่ดีเทลเล็ก ๆ ที่ทำให้พนักงานยิ้มได้ เช่น มุมกาแฟดี ๆ หรือเพลงเบา ๆ ในช่วงเช้า


4. สื่อสารอย่างจริงใจและโปร่งใส (Open Communication)บ้านที่อบอุ่นมักจะมีบรรยากาศที่ทุกคนพูดคุยกันได้อย่างเปิดใจ ไม่ต้องปิดบังหรือกลัวว่าจะถูกตัดสิน ในที่ทำงานก็เช่นเดียวกัน การสื่อสารที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นกันเอง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรจริง ๆ เมื่อหัวหน้าและทีมเปิดโอกาสให้พูดคุย แลกเปลี่ยน และรับฟังกันอย่างแท้จริง ความไว้ใจและความผูกพันจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติหัวหน้าควรอัปเดตเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และสถานการณ์ของบริษัทอย่างสม่ำเสมอมีช่องทางให้พนักงาน Feedback ได้จริง ไม่ว่าจะผ่าน HR Platform หรือ 1-on-1ลดการสื่อสารแบบ “บนลงล่าง” และเปลี่ยนเป็น “พูดคุยสองทาง”


5. ยกย่องและให้คุณค่า (Recognition & Value)บ้านจะอบอุ่นได้ก็เพราะทุกคนในบ้านรู้สึกว่าตัวเอง “มีความหมาย” ไม่ว่าจะเป็นบทบาทเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ที่ทำงานก็ไม่ต่างกัน หากพนักงานรู้ว่าความพยายามและผลงานของเขาถูกมองเห็น ได้รับการยกย่อง หรือแม้แต่คำขอบคุณเล็ก ๆ ในทุกวัน ก็สามารถสร้างพลังใจมหาศาล การให้คุณค่ากับคนทำงานจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นหัวใจที่ทำให้ทีมรู้สึกว่าออฟฟิศคือบ้านหลังที่สองจริง ๆให้รางวัลหรือคำชมแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องรอปลายปีแสดงความขอบคุณในที่ประชุมทีม หรือในแชนแนลออนไลน์ทำให้พนักงานรู้สึกว่าทุกความพยายามเล็ก ๆ มีค่าและถูกมองเห็น


6. ใส่ใจ Work-Life Integrationหากองค์กรออกแบบนโยบายและวัฒนธรรมที่สนับสนุน Work-Life Integration อย่างแท้จริง จะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองสามารถเติบโตในงานได้ โดยไม่ต้องสูญเสียคุณภาพชีวิตส่วนตัวไป ความยืดหยุ่น ความใส่ใจ และการเคารพเวลาของกันและกัน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ที่ทำงานกลายเป็นเหมือนบ้านที่ทุกคนอยากกลับมาในทุก ๆ วันเสนอ Flexi-time หรือ Work from Anywhere ตามความเหมาะสมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสุขภาพทั้งกายและใจ เช่น Yoga, Mental Health Talk, Wellness Programเคารพเวลาส่วนตัว ไม่ส่งงานด่วนเกินเหตุหลังเลิกงาน


“บ้าน” ไม่ได้หมายถึงสถานที่เท่านั้น แต่คือความรู้สึกของการได้รับการต้อนรับ ความปลอดภัย และความผูกพัน องค์กรที่สร้างบรรยากาศแบบนี้ได้ จะได้ทีมงานที่ทุ่มเท เต็มไปด้วยพลังบวก และพร้อมเติบโตไปด้วยกันPeoplePlus เชื่อว่า HR ที่ใส่ใจในประสบการณ์ของพนักงาน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อพนักงานรู้สึกว่า “ที่ทำงานคือบ้าน” การทำงานก็ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่คือการใช้ชีวิตร่วมกัน

Contact button